ทำบุญ สรงน้ำพระ วันสงกรานต์ รับสิ่งดีๆวันปีใหม่ไทย

การสรงน้ำพระพุทธรูป เพิ่มความเป็นสิริมงคลรับขวัญวันปีใหม่ไทยนั้น เป็นอีกหนึ่งประเพณีดั้งเดิมที่คนไทยปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างช้านาน ดังนั้นจึงชวนทุกคนมาสืบสานธรรมเนียมประเพณีกับ “5 ขั้นตอน สรงน้ำพระที่บ้าน” เสริมสิริมงคลรับวันปีใหม่ไทยกันครับ

1.กล่าวขอขมาและอัญเชิญพระพุทธจากหิ้งพระ
ขั้นตอนแรกเราควรกล่าวคำขอขมาก่อนเคลื่อนย้ายองค์พระพุทธรูปจากหิ้งพระ เพื่อให้ท่านอภัยในสิ่งที่เราอาจทำไม่ถูกไม่ควร หรือเพื่อไม่ให้เกิดโทษนั่นเอง โดยเริ่มจากท่อง นะโม 3 จบ และตามด้วยบทขอขมา “ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต” แล้วจึงอัญเชิญพระพุทธรูปไปยังที่โต๊ะที่จัดเตรียมไว้ชั่วคราวเพื่อสรงน้ำพระ

2.ทำความสะอาดพระพุทธรูป
หลังจากเราสวดขอขมากรรมเสร็จแล้ว จากนั้นก็ย้ายองค์พระพุทธรูปมายังโต๊ะที่จะทำการสรงน้ำ แต่ต้องทำความสะอาดองค์พระเสียก่อน โดยหาผ้าผืนใหม่ หรือฟองน้ำใหม่ มาเช็ดทำความสะอาด ถ้าหากเป็นกรอบรูปภาพพระให้นำฟองน้ำบิดหมาด ไปทำความสะอาดแทน

3.จัดเรียงองค์พระและประดับโต๊ะด้วยดอกไม้
เมื่อทำความสะอาดเสร็จให้นำองค์พระจัดเรียงไว้บนโต๊ะเพื่อเตรียมทำการสรงน้ำ แต่ก่อนจะทำองค์พระวางที่โต๊ะต้องรองด้วยผ้าขาวบางเสียก่อนเพื่อความสะอาดและประดับตกแต่งโต๊ะด้วยดอกไม้หรือกลีบดอกไม้โรยให้สวยงาม

4.เตรียมอุปกรณ์สรงน้ำพระ
สำหรับขั้นตอนต่อไปก็คือ การเตรียมอุปกรณ์สรงน้ำพระ โดยนำพานหรือถาดรอง วางรองพระพุทธรูปเพื่อป้องกันการไม่ให้พื้นเปียกขณะที่เราสรงน้ำพระ เตรียมดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมหรือมงคล อาทิ ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ พวงมาลัย น้ำอบหรือน้ำปรุง ขันใบเล็ก และขันใบใหญ่

ตามความเชื่อในอดีตจะใช้น้ำมนต์มาทำน้ำสำหรับสรงพระ เพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่งๆ ขึ้นไป แต่ถ้าไม่มีก็สามารถใช้น้ำสะอาดผสมกับน้ำอบสูตรภูมิปัญญาไทยเพื่อความหอมรัญจวน และโรยหน้าน้ำด้วยกลีบกุหลาบและดอกมะลิหรือดอกไม้ที่หาได้ตามสะดวกของแต่ละบุคคล

5.สรงน้ำพระพุทธรูป
การสรงน้ำพระพุทธรูป เริ่มต้นด้วยตั้งนโม 3 จบ และตามด้วย “อิมินา สิญฺจะเนเนวะ โรโค โสโก อุปัททะโว นิพพันตุ สัพพะโส เอเต สุขี โหนตุ นิรันตะรัง” แปลว่า “เดชะ ข้าสรงน้ำ พระชุ่มฉ่ำตลอดกาล ทุกข์โศกโรคภัยพาล อันตรธานเป็นสุขเทอญ” หลังจากกล่าวคำอธิษฐานเสร็จแล้ว จึงตักน้ำสรงพระพุทธรูปด้วยความเคารพต่อไป

6.ย้ายพระพุทธรูปกลับสู่โต๊ะหมู่บูชา

ทำบุญ สรงน้ำพระ วันสงกรานต์

หลังจากสมาชิกทุกคนในบ้านสรงน้ำพระครบแล้วรดน้ำครบแล้ว ก็ได้เวลาเคลื่อนย้ายองค์พระกลับไปยังโต๊ะหมู่บูชาดังเดิม แต่ก็อย่าลืมทำความสะอาดโต๊ะเดิมก่อน แล้วเปลี่ยนผ้ารองฐานที่โต๊ะใหม่ทุกครั้ง แล้วจึงนำท่านกลับไปวางที่เดิม ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี อย่างไรก็ดีเราคนไทยชาวพุทธก็ควรไหว้องค์พระพุทธรูปทุกวันพระเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป

หากพุทธศาสนิกชนคนไหนที่อยากสรงน้ำพระ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลและจิตใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ก็อย่าลืมนำ “6 ขั้นตอน สรงน้ำพระที่บ้าน” ไปปฏิบัติกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดโอกาสติดเชื้อไวรัสจากนอกบ้านอีกด้วย

วันสงกรานต์คือประเพณีปีใหม่ของไทยที่สืบทอดกันมายาวนาน ดังนั้นกิจกรรมที่ทำเพื่อเสริมสิริมงคลในวันเริ่มต้นปี นอกจากรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพรปีใหม่แล้ว การสรงน้ำพระก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำเพื่อสร้างสิริมงคลแก่ชีวิตและถือว่าเป็นการทำบุญเสริมดวงรับปีใหม่ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นด้วยเช่นกัน โดยการสรงน้ำพระแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

การสรงน้ำพระพุทธรูป สามารถทำได้ด้วยการจัดเป็นขบวนแห่ หรืออัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานในที่เหมาะสม การสรงน้ำจะใช้น้ำอบ น้ำหอม หรือน้ำที่ผสมด้วยน้ำอบ น้ำหอมประพรมที่องค์พระ

การสรงน้ำพระภิกษุสามเณร ใช้แบบเดียวกับการอาบน้ำ คือ การใช้ขันตักรดที่ตัวท่าน หรือที่ฝ่ามือก็ได้ แล้วแต่ความนิยม หากเป็นการสรงน้ำแบบอาบน้ำพระ จะมีการถวายผ้าสบงหรือถวายผ้าไตรตามแต่ศรัทธาด้วย

อานิสงส์จากการสรงน้ำพระมีอะไรบ้าง

สำหรับอานิสงส์จากการสรงน้ำพระในวันสงกรานต์ที่เชื่อสืบต่อกันมาคือ

ชำระจิตใจให้ชุ่มชื่น ใสสะอาดด้วยบุญกุศลแห่งความศรัทธา

ชำระล้างผู้ที่คิดร้ายด้วยอคติออกไป

ชำระความรุ่มร้อน นำพาแต่ความสงบร่มเย็นมาให้

ชำระเอาสิ่งไม่ดีออกไป

นอกจากนี้การสรงน้ำพระยังเป็นการแสดงถึงการบูชาบุคคลที่ควรบูชา คือพระพุทธเจ้าด้วยของหอม นั่นคือน้ำสะอาดและดอกไม้ ซึ่งเกิดจากการที่เรามองเห็นความดีของผู้อื่น เช่น มองเห็นว่าพระพุทธเจ้ามีดีอย่างไรพอเห็นความดีแล้วเราจึงได้มาบูชาความดีของพระพุทธเจ้า ก็เป็นกุศโลบายในการสอนพุทธประวัติได้ อีกอย่างเป็นการสะท้อนใจของผู้มาสรงน้ำว่า เป็นผู้มีใจกว้าง มองเห็นความดีของผู้อื่น จะทำให้เป็นคนที่รู้จักจับถูกไม่ใช่จับผิดผู้อื่น เป็นการแสดงความเคารพและอ่อนน้อมถ่อมตน ถือว่าเป็นการสร้างเสน่ห์ในตัว ใครมีมากคนนั้นมีเสน่ห์มาก เป็นการแสดงความเคารพจากใจไม่ใช่ว่าทำตามๆ กันไป เป็นการประกาศให้ชาวต่างชาติได้เห็นว่า ชาวพุทธก็มีประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นแบบแผนดีงามมาช้านาน

หากใครต้องการเสริมสิริมงคลให้ชีวิตในเทศกาลสงกรานต์ ก็สามารถจัดโต๊ะสรงน้ำพระที่บ้านเองได้เลย หรือจะไปตามสถานที่ต่างๆ เช่น วัด ศูนย์การค้า ก็มีที่ให้สรงน้ำพระได้เช่นกัน

คำกล่าวอัญเชิญพระพุทธรูปเพื่อนำมาสรงน้ำ

ตั้งนะโม 3 จบ

ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง  สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต

( คำแปล กายกรรม 3 วจีกรรม 4 มโนกรรม 3 ที่ข้าพเจ้าได้ประมาทพลาดพลั้งในพระรัตนตรัย  ด้วยความตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี ขอพระรัตนตรัยได้โปรดยกโทษให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด)

คำกล่าวสรงน้ำพระพุทธรูป

ตั้งนะโม 3 จบ

อิมินา สิญฺจะเนเนวะ โรโค โสโก อุปัททะโว นิพพันตุ สัพพะโส เอเต สุขี โหนตุ นิรันตะรัง

( คำแปล เดชะ ข้าสรงน้ำ พระชุ่มฉ่ำตลอดกาล ทุกข์โศกโรคภัยพาล อันตรธาน เป็นสุข เทอญ)

หลังจากกล่าวคำอธิษฐานเสร็จแล้ว จึงตักน้ำสรงพระพุทธรูปด้วยความเคารพและจิตใจที่สงบ

ป้ายยาโซเชียล

Bonus Challenge Special ออเดอร์พุ่ง โบนัสเพิ่ม สูงสุด 400 บาท

Bonus Challenge ออเดอร์พุ่ง โบนัสเพิ่ม อากาศที่ร้อน ยังไม่ฮอตเท่าโบนัสในเดือ...

ขายปั๊ป รับโบนัส แจก Top-Up Bonus ฉ่ำๆ 5 ออเดอร์แรก รับเลย 50 บาท!

เมษายนนี้ ฮอตกว่าที่เคย! นักขาย ALL ONLINE Affiliate ขายปั๊ป รับโบนัสเพิ่ม ฉ่ำๆ...

บทความที่เกี่ยวข้อง

สืบสานประเพณี “วันมาฆบูชา”

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 “มาฆบูชา” วันแห่งการทำบุญ สังฆทาน เสริมสร้างความศร...

28 ธันวาคม วันปราบดาภิเษก พระเจ้าตากสิน “ผู้กอบกู้แผ่นดิน”

ในวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี ถือเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เนื่องจากเป็น...

มอบความรักพร้อมความเฮง! วัตถุมงคลเพื่อคุณพ่อในวันพ่อ

เมื่อถึงวันพ่อแห่งชาติ หลายคนมักมองหาของขวัญพิเศษเพื่อมอบให้กับคุณพ่อที่เรารัก ...