ในปัจจุบัน การใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยผูกพันกับโลกออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้า ชำระเงินผ่านแอป หรือรับรายได้จากแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับ “รายได้” ซึ่งมีผลโดยตรงต่อหน้าที่ทางภาษี
หลายคนอาจมองว่าการยื่นภาษีเป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อน แต่ความจริงแล้ว ปัจจุบันสามารถ ยื่นภาษีออนไลน์ ได้ด้วยตัวเองผ่านระบบของกรมสรรพากร โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงาน และใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิด
ทำความเข้าใจ: ใครบ้างที่ควรยื่นภาษีออนไลน์
ตามกฎหมายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากคุณมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ว่าจะมาจาก
- เงินเดือน
- ค่าจ้างฟรีแลนซ์
- รายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์
- ค่าคอมมิชชัน หรือรายได้เสริมอื่น ๆ
คุณมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี แม้บางกรณีจะไม่มีภาษีต้องชำระก็ตาม การ ยื่นภาษีออนไลน์ จึงเป็นวิธีที่สะดวกและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลมากที่สุด
7 ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์อย่างถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมข้อมูลและเอกสารให้ครบถ้วน
จากประสบการณ์ของผู้ยื่นภาษีจำนวนมาก ปัญหาที่พบบ่อยคือเอกสารไม่ครบ ทำให้ต้องกลับมาแก้ไขภายหลัง
เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่
- เลขบัตรประชาชน
- ข้อมูลรายได้ตลอดปีภาษี
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
เอกสารค่าลดหย่อน เช่น ใบเสร็จช้อปออนไลน์ตามมาตรการรัฐ ประกัน หรือกองทุน
ขั้นตอนที่ 2: เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร
การยื่นภาษีออนไลน์ต้องดำเนินการผ่านเว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากรที่
จากนั้นเลือกเมนู ยื่นแบบออนไลน์ (e-Filing) ซึ่งเป็นช่องทางที่ปลอดภัยและได้รับการรับรอง
ขั้นตอนที่ 3: สมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบ e-Filing
ยื่นภาษีครั้งแรก : หากเป็นผู้ยื่นภาษีออนไลน์ครั้งแรก จำเป็นต้องสมัครสมาชิกก่อน โดยใช้เลขบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัว ระบบจะมีการยืนยันตัวตนเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
เคยยื่นออนไลน์แล้ว : สามารถเข้าสู่ระบบด้วย Digital ID ตามที่ระบบกำหนดได้เลย
ขั้นตอนที่ 4: เลือกแบบแสดงรายการภาษีให้ถูกต้อง
- ภ.ง.ด.91 สำหรับผู้มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว
- ภ.ง.ด.90 สำหรับผู้ที่มีรายได้หลายประเภท
การเลือกแบบผิดอาจทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน จึงควรตรวจสอบลักษณะรายได้ของตนเองให้ชัดเจน
ขั้นตอนที่ 5: กรอกข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อน
กรอกข้อมูลรายได้ตามจริง และใส่ค่าลดหย่อนที่มีสิทธิ์ เช่น
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว
- ค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้
- สิทธิ์จากการช้อปออนไลน์ (e-Receipt)
- ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือกองทุนเพื่อการออม
ระบบยื่นภาษีออนไลน์จะช่วยคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ ลดความผิดพลาดจากการคำนวณเอง
ขั้นตอนที่ 6: ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
ก่อนยืนยันการยื่นแบบ ควรตรวจสอบข้อมูลทุกส่วนอย่างละเอียด การตรวจสอบซ้ำเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการยื่นข้อมูลผิด ซึ่งอาจส่งผลในภายหลัง
ขั้นตอนที่ 7: ยืนยันการยื่นภาษีและชำระเงิน
หลังจากยืนยันการยื่นภาษีออนไลน์
- หากมีภาษีต้องชำระ สามารถชำระผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง บัตรเครดิต หรือช่องทางที่กำหนด
- หากมีภาษีขอคืน ระบบจะแจ้งสถานะการคืนเงินตามขั้นตอนของกรมสรรพากร
การ ยื่นภาษีออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องยาก และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่นเสมอไป โดยเฉพาะในยุคที่คนจำนวนมากมีรายได้และการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ การเข้าใจหน้าที่ทางภาษีจะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ดีขึ้น และใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อย่างเต็มที่
แหล่งที่มา
- กรมสรรพากร
- ระบบยื่นภาษีออนไลน์ (e-Filing)
- ข้อมูลภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- แบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91
- ข้อมูลค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- มาตรการ e-Receipt และสิทธิ์ลดหย่อนภาษี


