อากาศเมืองไทยที่ทั้งร้อนและชื้น อาจทำให้หลายบ้านต้องเจอกับปัญหาห้องอับ กลิ่นไม่พึงประสงค์ เสื้อผ้าแห้งช้า หรือมีหยดน้ำเกาะตามกระจกและหน้าต่าง โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่ความชื้นในอากาศเพิ่มสูงขึ้น
ถ้ากำลังมองหาตัวช่วยจัดการปัญหาเหล่านี้ “เครื่องลดความชื้น” หรือ Dehumidifier เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่น่าสนใจ เพราะช่วยดึงความชื้นส่วนเกินออกจากอากาศ ทำให้สามารถควบคุมระดับความชื้นภายในห้องได้ง่ายขึ้น
แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ลองมาทำความรู้จักกันก่อนว่า เครื่องลดความชื้นช่วยอะไร เหมาะกับบ้านแบบไหน และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับห้อง เพื่อให้ได้เครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานและคุ้มค่ากับการลงทุน
LG เครื่องลดความชื้น PuriCare Dehumidifier 19
รุ่น MD19GQGA1 30 ลิตร

ช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ / แอปพลิเคชัน
เครื่องลดความชื้นคืออะไร?
เครื่องลดความชื้น คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ดึงไอน้ำหรือความชื้นส่วนเกินออกจากอากาศภายในห้อง โดยเครื่องจะดูดอากาศที่มีความชื้นเข้าไปผ่านระบบภายใน จากนั้นแยกความชื้นออกและเก็บไว้ในถังน้ำ ก่อนปล่อยอากาศที่มีความชื้นลดลงกลับเข้าสู่พื้นที่
พูดง่าย ๆ คือ เครื่องปรับอากาศมีหน้าที่หลักในการลดอุณหภูมิและช่วยลดความชื้นไปพร้อมกัน ส่วนเครื่องลดความชื้นจะเน้นจัดการ “ความชื้นในอากาศ” โดยเฉพาะ
ความชื้นภายในบ้านไม่ได้มาจากอากาศภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การอาบน้ำ ทำอาหาร ตากผ้า หรือการอบผ้า ทำให้บางพื้นที่มีความชื้นสะสมมากกว่าปกติ
ดังนั้น หากบ้านหรือห้องมีปัญหาความชื้นสูงเป็นประจำ เครื่องลดความชื้นจึงเป็นอีกตัวช่วยที่สามารถนำมาใช้ควบคู่กับการระบายอากาศที่เหมาะสมได้
KASHIWA เครื่องลดความชื้น 2.5ลิตร HC-101

ช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ / แอปพลิเคชัน
เครื่องลดความชื้นช่วยอะไรบ้าง?
1. ลดความชื้นในอากาศ
หน้าที่หลักของ เครื่องลดความชื้น คือช่วยลดไอน้ำส่วนเกินในอากาศ ทำให้สามารถควบคุมระดับความชื้นภายในห้องได้ง่ายขึ้น
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความชื้นสูงหรือระบายอากาศได้ไม่ดี การมีเครื่องลดความชื้นช่วยจัดการความชื้นส่วนเกินก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
โดยทั่วไป EPA แนะนำให้ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ภายในอาคารให้อยู่ต่ำกว่า 60% และหากเป็นไปได้ควรอยู่ประมาณ 30–50% เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความชื้นและเชื้อรา
2. ช่วยลดกลิ่นอับ
ห้องปิด ตู้เสื้อผ้า ห้องเก็บของ หรือพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก อาจเกิดกลิ่นอับจากความชื้นสะสมได้
การลดความชื้นจึงสามารถช่วยทำให้สภาพแวดล้อมภายในห้องแห้งขึ้น และช่วยจัดการปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับบรรยากาศอับชื้น
อย่างไรก็ตาม หากกลิ่นเกิดจากเชื้อรา น้ำรั่ว หรือวัสดุเปียกชื้น ควรแก้ไขต้นเหตุและทำความสะอาดพื้นที่ควบคู่กันไปด้วย
3. ช่วยให้ห้องรู้สึกสบายขึ้น
นอกจากอุณหภูมิแล้ว ระดับความชื้นก็มีส่วนต่อความรู้สึกสบายภายในห้องเช่นกัน
ในวันที่อากาศร้อนและชื้น การควบคุมความชื้นให้อยู่ในระดับเหมาะสมอาจช่วยให้บรรยากาศภายในห้องรู้สึกสบายขึ้น โดยเฉพาะห้องที่มีการระบายอากาศไม่ดีหรือมีความชื้นสะสมเป็นประจำ
4. ช่วยดูแลเสื้อผ้าและสิ่งของในพื้นที่ชื้น
ความชื้นสูงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดเชื้อรา และอาจทำให้สิ่งของบางประเภทมีกลิ่นอับหรือเสื่อมสภาพได้
การควบคุมความชื้นจึงเหมาะกับพื้นที่อย่างห้องแต่งตัว ตู้เสื้อผ้า ห้องเก็บของ หรือบริเวณที่มีความชื้นสะสม
บ้านแบบไหนที่เหมาะกับเครื่องลดความชื้น?
ถ้ากำลังสงสัยว่า “เครื่องลดความชื้นจำเป็นไหม?” ลองสังเกตบ้านหรือห้องของตัวเองว่ามีปัญหาเหล่านี้หรือไม่
- ห้องมีความชื้นสูงหรือรู้สึกอับเป็นประจำ
- มีหยดน้ำหรือไอน้ำเกาะตามกระจกและหน้าต่าง
- เสื้อผ้าแห้งช้าหรือมีกลิ่นอับ
- ห้องน้ำหรือพื้นที่ซักล้างมีไอน้ำสะสม
- ห้องเก็บของมีความอับชื้น
- การระบายอากาศภายในห้องไม่ดี
- พบปัญหาความชื้นสะสมตามผนังหรือพื้นที่ต่าง ๆ
- ต้องการควบคุมระดับความชื้นภายในห้องให้เหมาะสม
หากพบปัญหาเหล่านี้เป็นประจำ การมีเครื่องลดความชื้นไว้ใช้งานอาจช่วยให้จัดการความชื้นภายในพื้นที่ได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากมีน้ำรั่วจากหลังคา ผนัง หรือระบบประปา ควรแก้ไขสาเหตุของน้ำและความชื้นก่อน เพราะเครื่องลดความชื้นไม่สามารถแก้ปัญหาความชื้นจากโครงสร้างอาคารได้ทั้งหมด
เครื่องลดความชื้นต่างจากเครื่องฟอกอากาศอย่างไร?
หลายคนอาจสับสนระหว่าง เครื่องลดความชื้น กับเครื่องฟอกอากาศ เพราะทั้งสองเครื่องทำงานเกี่ยวกับคุณภาพอากาศภายในห้องเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วมีหน้าที่หลักแตกต่างกัน
เครื่องลดความชื้น เน้นลดปริมาณไอน้ำหรือความชื้นส่วนเกินในอากาศ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาความชื้นสูง ห้องอับ หรือความชื้นสะสม
ขณะที่ เครื่องฟอกอากาศ เน้นกรองอนุภาคและสิ่งปนเปื้อนในอากาศ โดยประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับระบบกรองและประเภทของแผ่นกรองที่ใช้
ดังนั้น ถ้าปัญหาหลักคือ “ห้องชื้น” เครื่องลดความชื้นจะตอบโจทย์ตรงกว่า แต่ถ้าต้องการจัดการเรื่องฝุ่นและอนุภาคในอากาศ ก็ควรพิจารณาเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสม
สำหรับคนที่อยากได้ฟังก์ชันมากกว่า 1 อย่าง ปัจจุบันก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรุ่นที่รวมฟังก์ชันลดความชื้นและฟอกอากาศไว้ด้วยกัน
เครื่องลดความชื้นเลือกยังไงให้เหมาะกับห้อง?
การเลือก เครื่องลดความชื้น ไม่ควรดูแค่ราคา แต่ควรพิจารณาพื้นที่และลักษณะการใช้งานเป็นหลัก เพราะเครื่องแต่ละรุ่นรองรับพื้นที่และมีประสิทธิภาพในการลดความชื้นแตกต่างกัน
1. เช็กขนาดห้อง
เริ่มจากดูว่าห้องที่ต้องการใช้งานมีขนาดกี่ตารางเมตร จากนั้นตรวจสอบข้อมูลของสินค้าแต่ละรุ่นว่ารองรับพื้นที่ประมาณเท่าไร
ห้องขนาดเล็กอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องขนาดใหญ่ ในขณะที่ห้องขนาดใหญ่หรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูงอาจต้องใช้เครื่องที่รองรับพื้นที่ได้มากขึ้น
2. ดูความสามารถในการดึงน้ำออกจากอากาศ
อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญคือความสามารถในการลดความชื้น ซึ่งอาจระบุเป็น ลิตรต่อวัน หรือมิลลิลิตรต่อวัน
ตัวเลขนี้ช่วยให้เปรียบเทียบประสิทธิภาพของแต่ละรุ่นได้ง่ายขึ้น แต่ควรอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขการทดสอบของผู้ผลิตประกอบด้วย เพราะประสิทธิภาพจริงอาจแตกต่างกันตามอุณหภูมิและระดับความชื้นของพื้นที่
3. เช็กความจุถังน้ำ
ถังน้ำที่มีความจุมากขึ้นช่วยลดความถี่ในการเทน้ำทิ้ง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปิดเครื่องเป็นเวลานาน
แต่ถังขนาดใหญ่ก็อาจทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะกับพื้นที่จัดวางและพฤติกรรมการใช้งาน
4. ดูระดับเสียง
ถ้าตั้งใจใช้เครื่องลดความชื้นในห้องนอน ห้องทำงาน หรือพื้นที่ที่ต้องการความเงียบ อย่าลืมเช็กระดับเสียงของเครื่อง
บางรุ่นมีโหมดเงียบหรือโหมดสำหรับการใช้งานในช่วงกลางคืน ซึ่งอาจเหมาะกับคนที่ต้องการเปิดเครื่องเป็นเวลานาน
5. เช็กการใช้พลังงาน
เพราะเครื่องลดความชื้นอาจต้องเปิดใช้งานเป็นเวลานาน การดูข้อมูลเรื่องกำลังไฟและคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงานจึงเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากนี้ ฟังก์ชันอย่างการตั้งเวลาปิด การตั้งค่าระดับความชื้น หรือระบบตัดการทำงานเมื่อน้ำเต็ม ก็ช่วยให้ใช้งานสะดวกมากขึ้น
เปิดเครื่องลดความชื้นวันละกี่ชั่วโมง?
ไม่มีระยะเวลาที่เหมาะกับทุกบ้าน เพราะระยะเวลาในการเปิดเครื่องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระดับความชื้น ขนาดห้อง สภาพอากาศ และประสิทธิภาพของเครื่อง
แทนที่จะกำหนดว่าต้องเปิดวันละกี่ชั่วโมง แนะนำให้ดู ค่าความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity หรือ RH) ร่วมด้วย
หากเครื่องมีระบบตรวจวัดและตั้งค่าความชื้นอัตโนมัติ ก็สามารถใช้ฟังก์ชันดังกล่าวเพื่อช่วยควบคุมความชื้นได้
ในกรณีที่ห้องมีความชื้นสูงมาก อาจต้องเปิดเครื่องนานขึ้นในช่วงแรก เมื่อระดับความชื้นลดลงแล้วจึงปรับการใช้งานตามสภาพจริง
ทั้งนี้ ควรอ่านคู่มือและคำแนะนำของผู้ผลิตแต่ละรุ่นก่อนใช้งานเสมอ
ความชื้นในห้องควรอยู่ที่เท่าไร?
โดยทั่วไป EPA แนะนำให้รักษาความชื้นสัมพัทธ์ภายในอาคารให้อยู่ประมาณ 30–50% และควรพยายามไม่ให้เกิน 60%
หากไม่แน่ใจว่าห้องของตัวเองมีความชื้นสูงแค่ไหน สามารถใช้เครื่องวัดความชื้น หรือ Hygrometer เพื่อเช็กค่า RH ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องลดความชื้นได้
วิธีนี้ช่วยให้เห็นสภาพพื้นที่จริง และทำให้สามารถเลือกเครื่องที่เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น
เครื่องลดความชื้นเหมาะกับใครบ้าง?
เครื่องลดความชื้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมความชื้นภายในพื้นที่ โดยเฉพาะ
- คนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศชื้น
- คนที่มีห้องที่ระบายอากาศไม่สะดวก
- คนที่เจอปัญหาห้องมีกลิ่นอับ
- คนที่มีห้องเก็บของหรือตู้เสื้อผ้าที่ชื้น
- คนที่ต้องการดูแลเสื้อผ้าและสิ่งของในพื้นที่ที่มีความชื้น
- คนที่ต้องการควบคุมระดับความชื้นภายในห้อง
- คนที่กำลังมองหาตัวช่วยเพิ่มเติมในช่วงฤดูฝน
ก่อนซื้อควรพิจารณาพื้นที่ใช้งานและปัญหาที่ต้องการแก้ให้ชัดเจน เพื่อให้เลือกเครื่องได้เหมาะสมและใช้งานได้อย่างคุ้มค่า
วิธีเลือกเครื่องลดความชื้นให้ตอบโจทย์การใช้งาน
การเลือก เครื่องลดความชื้น ไม่จำเป็นต้องเลือกรุ่นที่ใหญ่ที่สุดหรือราคาแพงที่สุด แต่ควรเลือกจากพื้นที่และลักษณะการใช้งานของเราเป็นหลัก
ก่อนซื้อ ลองเช็กให้ครบทั้ง ขนาดห้อง ความสามารถในการลดความชื้น ความจุถังน้ำ ระดับเสียง การใช้พลังงาน และฟังก์ชันเสริม จากนั้นนำข้อมูลมาเปรียบเทียบระหว่างแต่ละรุ่น
สำหรับคนที่ชอบช้อปออนไลน์และกำลังมองหาเครื่องลดความชื้น สามารถเข้าไปเลือกดูเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าสำหรับบ้านผ่าน ALL ONLINE ได้ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เลือกเปรียบเทียบสินค้าและสั่งซื้อได้สะดวกจากที่บ้าน
เพราะการดูแลบ้านให้สบายขึ้น ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ แค่เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหมาะกับพื้นที่และไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ก็ช่วยให้การใช้ชีวิตในบ้านง่ายขึ้นได้อีกเยอะ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องลดความชื้น
เครื่องลดความชื้นช่วยอะไร?
เครื่องลดความชื้นช่วยดึงไอน้ำส่วนเกินออกจากอากาศ ทำให้สามารถควบคุมระดับความชื้นภายในห้องได้ง่ายขึ้น และช่วยจัดการสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสะสม
เครื่องลดความชื้นต่างจากเครื่องฟอกอากาศอย่างไร?
เครื่องลดความชื้นเน้นลดไอน้ำหรือความชื้นในอากาศ ส่วนเครื่องฟอกอากาศเน้นกรองอนุภาคและสิ่งปนเปื้อนในอากาศ ดังนั้นควรเลือกจากปัญหาหลักที่ต้องการแก้
เครื่องลดความชื้นเหมาะกับห้องนอนไหม?
สามารถใช้ในห้องนอนได้ โดยควรเลือกรุ่นที่เหมาะกับขนาดห้องและพิจารณาระดับเสียงเป็นพิเศษ หากต้องการเปิดใช้งานระหว่างนอน
เครื่องลดความชื้นควรเปิดกี่ชั่วโมง?
ไม่มีจำนวนชั่วโมงที่ตายตัว ควรพิจารณาระดับความชื้น ขนาดห้อง และประสิทธิภาพของเครื่อง รวมถึงใช้ฟังก์ชันตั้งค่าความชื้นหรือระบบอัตโนมัติ หากรุ่นที่เลือกมีให้ใช้งาน
ความชื้นในห้องควรอยู่ที่เท่าไร?
โดยทั่วไปควรรักษาความชื้นสัมพัทธ์ภายในอาคารประมาณ 30–50% และพยายามไม่ให้เกิน 60%
ก่อนซื้อเครื่องลดความชื้นควรดูอะไร?
ควรดูขนาดพื้นที่ที่รองรับ ความสามารถในการดึงน้ำออกจากอากาศ ความจุถังน้ำ ระดับเสียง การใช้พลังงาน และฟังก์ชันที่เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน


